Introduction to Law : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฏหมายทั่วไป #2

Introduction to Law #2 : กฏหมายแพ่ง

  • บุคคล

- บุคคล หมายถึงสิ่งซึ่งสามารมีสิทธิ และหน้าที่ได้ตามกฏหมายในประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์

- ประเภทของบุคคล -> บุคคลธรรมดา , นิติบุคคล

- การเริ่มสภาพบุคคล -> เริ่มต้นแต่เมื่อคลอดแล้วรอดอยู่เป็นทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตาย

- การสาบสูญ -> หายไปเกิน 5 ปี หรือเกิน 2 ปี เมื่อเกิดสงคราม,ยานพาหนะอับปาง

- ความสามารถของบุคคล

1. ผู้เยาว์

- ผู้เยาว์ คือผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีขึ้นไป, สมรมอายุ 17 ปี)

- การทำนิติกรรม -> ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ถ้าฝ่าฝืนจะเป็น โมฆียะ

- สิ่งที่ผู้เยาว์ทำได้เอง -> การได้มาซึ่งสิทธิโดยไม่มีภาระผู้พัน เช่นการให้ของด้วยสเน่หา, เรื่องเฉพาะตัว (การรับรองบุตรโดยนิตินัย), เรื่องจำเป็นในการดำรงชีวิต(ซื้อของกิน), ทำพินัยกรรมเมื่ออายุครบ 15 ปี

2. บุคคลไร้ความสามารถ ซึ่งถูกจำกัดความสามารถเพราะสภาพแห่งจิต

- ผู้อนุบาลดูแล และทำนิติกรรมแทน

- ถ้าบุคคลไร้ความสามารภทำนิติกรรมจะเป็น โมฆียะ (โมฆียะคือสิ่งที่ทำไปแล้วยังสมบูรณ์อยู่ จนกว่าจะมีการบอกล้าง โดยคนที่บอกล้างได้ต้องเป็นคนที่กฏหมายกำหนดไว้)

3. บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งถูกจำกัดความสามารถเพราะความพิการหรือความประพฤติบางอย่าง

- สามารถทำนิติกรรมบางอย่างได้

- นิติกรรมบางอย่างต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ ซึ่งนิติกรรมเหล่านั้นเป็นนิติกรรมที่ทำให้เสียประโยชน์ และเสียหาย เช่นการจำนอง การให้ การกู้ การเช่าอสังการิมทรัพย์ การค้ำประกัน

  • ทรัพย์

- ทรัพย์ หมายความว่าวัตถุที่มีรูปร่าง

- ทรัพย์สิน หมายความรวมทั้งทรัพย์และวัตถุไม่มีรูปร่างซึ่งอาจมีราคาและถือเอาได้

- ประเภทของทรัพย์

1. อสังหาริมทรัพย์ -> ที่ดิน ตึกรามบ้านช่อง ทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินเป็นการถาวร

2. สังหาริมทรัพย์ -> ทรัพย์ทั่วไป, ทรัพย์อื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์

3. ทรัพย์แบ่งได้- แบ่งไม่ได้

4. ทรัพย์บอกพาณิชย์ -> ทรัพย์ที่ห้ามซื้อขาย ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ ได้แก่ ที่วัด อาวุธ

- ส่วนควบเครื่องอุปกรณ์และดอกผล

1. ส่วนควบ -> ส่วนที่ติดอยู่กับทรัพย์นั้น เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกัน เช่น ล้อรถกับรถ

2. ส่วนอุปกรณ์ -> ส่วนที่ไม่จำเป็นต้องมี แต่ติดเพื่อประโยชน์ใช้สอย

3. ส่วนดอกผล -> ผลจากธรรมชาติ ลูกของสัตว์ ดอกเบี้ย กำไร

  • ทรัพย์สินทางปัญญา

1. ลิขสิทธิ์

- ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของผู้สร้างสรรค์งานที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงานของตน

- ตัวอย่างเช่น งานวรรณกรรม, นาฏกรรม, ศิลปกรรม, ดนตรี, ภาพยนต์,โปรแกรมคอมพิวเตอร์

- ไม่ต้องจดทะเบียน จะคุ้มครองโดยอัตโนมัติ

- การคุ้มครอง -> ทั่วไป : คุ้มครองตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์และ 50 ปี หลังจากผู้สร้างสรรค์ตาย แต่ถ้าเป็นงานที่สร้างขึ้นโดยนิติบุคคลหรือมีการโฆษณาจะคุ้มครอง 50 ปีนับจากวันที่มีการโฆษณา

2. สิทธิบัตร

- สิทธิบัตร หมายถึง หนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะตามกฏหมายกำหนด

- ประเภทของสิทธิบัตร

1. สิทธิบัตรการประดิษฐ์ -> ลักษณะที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่, มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น, สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในทางอุตสาหกรรม

2. สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ -> ต้องเป็นการออกแบบใหม่เพื่ออุตสาหกรรมหรือหัตถกรรม

3. อนุสิทธิบัตร

- อายุของสิทธิบัตร -> สิทธิบัตรการประดิษฐ์ 20 ปีนับจากวันขอ, สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ 10 ปีนับจากวันขอ

3. เครื่องหมายการค้า

- เครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมายที่ใช้กับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้านั้นเป็นของผู้ใด โดยมีอายุ 10 ปีและอาจจะต่ออายุได้เป็นคราวๆละ 10 ปี

- ลักษณะที่จดทะเบียนได้ -> ต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะ, ไม่มีลักษณะต้องห้ามทางกฏหมาย, ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่น

  • สัญญาซื้อขาย

- สัญญาซื้อขาย คือ สัญญาที่ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อจะต้องชำระเงินให้กับขาย (ต้องเป็นเงินเท่านั้น ถ้าเป็นสิ่งของจะเป็นสัญญาแลกเปลี่ยน)

- ประเภทของสัญญาซื้อขาย

1. สัญญาซื้อขายเด็ดขาด

- กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้นย่อมโอนไปทันทีขณะที่ทำสัญญา ถึงแม้จะไม่มีการส่งมอบหรือว่าชำระราคา

2. สัญญาจะซื้อจะขาย

- กรรมสิทธ์ในทรัพย์สินยังไม่โอน เนื่องจากติดขั้นตอนของระเบียบในเรื่องของตัวทรัพย์เช่น การจดทะเบียน การโอนกรรมสิทธิ์

- ทำเพื่อให้เกิดความผูกพัน ว่าต่อไปจะมาทำสัญญาซื้อขายเด็ดขาด ซึ่งถ้าต่อมาไม่มาทำสัญญาซื้อขายเด็ดขาดก็สามารถฟ้องร้องได้

- แบบ : เป็นสิ่งที่กฏหมายเคร่งครัดมากในการทำผิดสัญญาซื้อขาย

1. สัญญาซื้อขายเด็ดขาดในการซื้อ อสังหาริมทรัพย์, สังหาริมทรัพย์พิเศษ (สัตว์พาหนะ, เรือที่มีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป, แพ) : ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ทำตามแบบจะเป็นโมฆะ

2. สัญญาจะซื้อจะขายในการซื้อ อสังหาริมทรัพย์, สังหาริมทรัพย์พิเศษ, สังหาริมทรัพย์ 20000 บาทขึ้นไป : ต้องมีหลักฐานอันนึงอันใดในการฟ้องร้อง ลงลายมือชื่อฝ่ายผู้รับผิดเป็นสำคัญ, ไว้วางประจำได้, ได้ชำระหนี้บ้างส่วนแล้ว

  • สัญญาแลกเปลี่ยน

- สัญญาแลกเปลี่ยน เหมือนกับสัญญาซื้อขาย แต่ต่างที่ว่าสิ่งที่มาชำระเป็นทรัพย์สิน ไม่ใช่เงิน

- นำแบบของสัญญาซื้อขายมาให้

สัญญาให้

- สัญญาให้ เป็นสัญญาซึ่งผู้โอนทรัพย์สินของตนให้โดยเสน่หาแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง

- มีการโอนกรรมสิทธิ์ และเป็นสัญญาไม่มีค่าตอบแทน

- สามารถถอนคืนการให้ได้เมื่อ ผู้รับกระทำเนรคุณต่อผู้ให้ โดยทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

1. ประทุษร้ายผู้ให้เป็นความผิดทางอาญาอย่างร้ายแรง เช่น ทำร้ายร่างกาย, ฆ่า

2. ผู้รับทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือทำการหมิ่นประมาท

3. ผู้รับบอกปัดไม่ให้สิ่งจำเป็นเลี้ยงชีพแก่ผู้ให้

- ถอนคือการให้ไม่ได้ถึงแม้จะเนรคุณเมื่อ

1. ให้บำเหน็จสินจ้าง

2. ให้ที่มีค่าภาระติดพัน เช่น ต้องไปเสียภาษีที่ดิน

3. ให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา เช่น ระหว่างบิดาและบุตร

4. ให้ในการสมรส

  • สัญญายืม

- แบ่งประเภทของสัญญายืมออกได้เป็น

1. สัญญายืมใช้คงรูป

- ผู้ยืมได้ใช้ทรัพย์สินโดยไม่มีค่าตอบแทน

- ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ไม่ว่าจะยืมนานเท่าใดก็ตาม

- ใช้เสร็จต้องคืนในสภาพเดิม

- สัญญาสมบูรณ์เมื่อส่งมอบทรัพย์สิน ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือใดๆทั้งสิ้น

2. สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง

- ผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน

- ทรัพย์เป็นชนิดให้ไปสิ้นไป ไม่สามารถเอาตัวเดิมมาคืนได้

- ผู้ยืมต้องคืนทรัพย์อันใหม่ที่มี ชนิด, ปริมาณ, คุณภาพ เหมือนทรัพย์เดิม

- สัญญาสมบูรณ์เมื่อส่งมอบทรัพย์สิน เช่น สัญญากู้ยืมเงิน

- จะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ได้ โดยอาจจะให้ค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ย

- ดอกเบี้ยห้ามเกินร้อยละ 15 ต่อปี ถ้าเกินตัวสัญญาจะสมบูรณ์ แต่ดอกเบี้ยจะเป็นโมฆะ

- ถ้ากู้ยืมมากกว่า 2000 บาทต้องมีหนังสือถึงจะฟ้องร้องได้

  • สัญญาประกันด้วยบุคคลและทรัพย์สิน

- เป็นสัญญาอุปกรณ์ เนื่องจากเกิดขึ้นเองไม่ได้ต้องมีสัญญาหลักก่อน

1. สัญญาค้ำประกัน

- บุคคลภายนอกผูกพันต่อเจ้าหนี้ในการชำระหนี้แทนลูกหนี้

- ผู้ค้ำประกันมีสิทธิ์ไล่เบี้ยลูกหนี้

2. สัญญาจำนอง

- ทรัพย์สินเป็น อสังหา, สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ,ทรัพย์ที่มีการจดทะเบียนพิเศษตามกฏหมาย เช่น เครื่องบิน

- เอาทรัพย์สินไปจดทะเบียนเพื่อประกันชำระหนี้

- ไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สิน

- ผู้จำนองต้องเป็นเจ้าของทรัพย์

- กรรมสิทธิ์ไม่โอนไปจนหว่าจะบังคับจำนอง

- การบังคับจำนองต้องฟ้องร้องต่อศาลเท่านั้น โดยฟ้องศาลเพื่อให้ ขายทอดตลาด, เอากรรมสิทธิ์

3. สัญญาจำนำ

- ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้รับจำนำ

- ทรัพย์ทีจำนำต้องเป็นสังหาริมทรัพย์เท่านั้น

- ผู้รับจำนำจะยึดหน่วงทรัพย์ไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้

- บังคับจำนำโดยขายทอดตลาดเอง

- ถ้าขายได้เงินไม่ครบ สามารถเรียกส่วนขาดได้

  • สัญญาประกันภัย

- หลักสำคัญ

1. หลักส่วนได้ส่วนเสีย

2. หลักความซื่อสัตย์สุจริตอย่างยิ่ง : คู่สัญญาจะต้องมีความซื่อสัตย์ในการบอกความจริงต่างๆ เกี่ยวกับตน

3. เป็นสัญญาเสี่ยงโชค เสียงภัย

4. เป็นสัญญาต่างตอบแทน จะมีบุคคลภายนอกมาเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ได้

- บุคคลที่เกี่ยวข้องในสัญญาประกันภัย : ผู้เอาประกัน, ผู้รับประกันภัย, ผู้รับประโยชน์

- หลักการเปิดเผยความจริง : ถ้ารู้ความจริงแล้วต้องเปิดเผย โดย ผู้เอาประกัน และ ผู้ถูกเอาประกัน ต้องเป็นผู้เปิดเผยถ้าไม่เปิดเฉยจะมีผลให้สัญญาเป็นโมฆียะ

- หลักในเรื่องเปิดเผย

1. เปิดเผยข้อความจริงที่เกี่ยวกับวัตถุที่เอาประกัน (ข้อสาระสำคัญ)

2. รู้แล้วต้องบอก ถ้าไม่รู้ ไม่บอก ไม่ผิด

3. ระยะเวลา ต้องเปิดเผยก่อนเวลาทำสัญญาจนถึงขณะที่ทำสัญญา

4. ผล = ถ้าไม่บอกตามความจริงจะมีผลให้สัญญาเป็นโมฆียะ, บริษัทบอกล้างได้สัญญาจะเป็นโมฆะ

- หลักการจ่ายค่าสินไหมทดแทน

1. จ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกินจำนวนเงินที่เอาประกัน

2. ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เสียไป เพราะรักษาทรัพย์ไม่ให้วินาศ

- วัตถุเดียวกันประกันไว้หลายราย

1. ทำประกันพร้อมกัน (ภายในวันเดียวกัน) - > ผู้รับประกันแต่ละรายใช้ตามส่วนมากนั้นเท่าที่ตนรับประกันไว้

2. ทำไม่พร้อมกัน - > ผู้รับประกันรายแรกรับผิดชอบก่อน ถ้ายังไม่คุ้ม ผู้รับประกันรายถัดไปรับส่วนที่เหลือ

- ผู้รับประกันไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย

1. ประกันวินาศภัย

- ผู้เอาประกันทุจริตทำให้เกิดวินาศภัย เช่น วางเพลิงเอาเงินประกัน

- ผู้เอาประกัน หรือ ผู้รับประโยชน์ ทำให้เกิดวินาศภัยโดยประมาท

- วัตถุที่เอาประกันไม่สมประกอบ

2. ประกันชีวิต

- ผู้เอาประกัน หรือ ผู้ถูกเอาประกัน ฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับแต่วันทำสัญญา

- ผู้รับประโยชน์ ฆ่าผู้เอาประกันโดยเจตนา

  • ละเมิด

- ละเมิด คือ กระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฏหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิ์

- ความรับผิดชอบในการกระทำของบุคคลอื่น : นายจ้าง – ลูกจ้าง, ตัวการ – คนกลาง, ผู้ว่าจ้าง – ผู้รับจ้าง, ครูอาจารย์ – นักเรียน, บิดา มารดา – บุตร

- ความรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดจากสัตว์ : เจ้าของ หรือผู้รับเลี้ยงดูแลแทนต้องรับผิดชอบ

- ความเสียหายจากโรงเรือน หรือ สิ่งปลูกสร้าง : ผู้ครอบครองรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทน

- ค่าสินไหม

1. ค่าทำศพ

2. ค่ารักษาพยาบาล

3. ค่าขาดไร้อุปการะ

4. ค่าขาดแรงงาน

5. ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้

6. ราคาทรัพย์สิน , ค่าซ่อม, ค่าเสื่อมราคา

Download Introduction to Law_1.pdf

Download Introduction to Law_2.pdf

Popularity: 1% [?]

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Leave a comment

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Your email is never shared. Required fields are marked *

Data Recovery Software