หลังจากที่อยู่ออกจากออฟฟิตในช่วงเวลาเกือบสองทุ่มแล้วนั้น ก็ตัดสินใจหาร้านอาหารปิดฉากวันทำงานของสัปดาห์ด้วยการไปสุ่มร้านอาหารที่ซอยอารีย์กับไผ่ และจิโรจ โดยงานนี้ไม่มีการหาข้อมูลใดๆ มาก่อนเลยค่ะ แบบว่ากะว่าเจอร้านไหนถูกใจก็เข้าไปเลย พอจอดรถเรียบร้อยแล้วก็มีตัวเลือกอยู่ระหว่างร้าน “Sofa so good” กับร้าน Salt ที่ขับรถผ่านแล้วดูท่าจะน่าไปลิ้มลอง แต่เนื่องจากว่าจากที่จอดรถนั้นเดินมาเจอร้าน Salt นี่ก่อน แถมร้าน Sofa so good ก็เป็นร้านที่ไผ่และจิโรจเคยกินมาแล้วด้วย ก็เลยเลือกร้าน Salt เป็นร้านอาหารที่จะท้าความโดนใจในค่ำคืนนี้ค่ะ
บรรยากาศของร้าน Salt
ตัวร้าน Salt นี่ต้องบอกว่าเป็นร้านอาหารที่ใหญ่มากพอสมควรเลยทีเดียว มีทั้งส่วนที่เป็นห้องแอร์ และ Outdoor เท่าที่มองผ่านๆ น่าจะมีถึง 30 โต๊ะ หรืออาจจะมากกว่านั้น ออฟเลือกนั่งในห้องแอร์ เพราะคิดว่าด้านนอกอาจจะมีโต๊ะที่เค้าสูบบุหรี่ และก็ไม่อยากเจออากาศร้อนๆ ด้วย ในห้องแอร์นั้นเค้าก็เปิดเพลงค่อนข้างดังเหมือนกันค่ะ ด้านในของห้องเป็นเคาเตอร์สำหรับเครื่องดื่มต่างๆ ตัวร้านตกแต่งแบบอาร์ตๆ ดี คือเสานี่ไม่มีการทาสีอะไรทั้งสิ้น เนื้อปูนชัดๆ แต่ก็มีการใช้สิ่งของต่างๆ มาประดับ
ด้านนอกนี่จะค่อนข้างมืดกว่าด้วย ซึ่งอันนี้มีผลต่อการถ่ายรูปอาหารของออฟนิดหน่อย ถึงแม้ว่ากล้องมันจะเทพมากๆ ก็ตาม แถมยังเสี่ยงยุงกัดด้วยค่ะ แต่คนเค้าก็นั่งข้างนอกกันเยอะเหมือนกัน แล้วก็เห็นมีฉายโปรเจคเตอร์ไปยังตัวบ้านด้วย แต่ดูแล้วน่าจะดูยากๆ อะคะ
เมนูของร้าน Salt
เมนูของร้าน Salt นี่เท่าที่ออฟดูจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ คือ อาหารอิตาเลี่ยน, อาหารญี่ปุ่น, ของหวาน, เครื่องดื่ม ซึ่งเค้าก็มีให้เลือกเยอะมากๆ มากันเป็นเล่มหนาเลยทีเดียว จนออฟได้แต่ถามพนักงานแล้วสั่งอาหารตามที่เค้าแนะนำว่าเด็ดค่ะ
อาหารที่ทานที่ร้าน Salt
ราวิโอลี่เนื้อรากู (Ravioli Beef Ragu) 220
อาหารอิตาเลี่ยนอย่างแรกที่มาเสริฟคืออาหารจานนี้ค่ะ ซึ่งที่สั่งก็เพราะว่าไม่คุ้นเคยกับคำว่า “ราวิโอลี่” และ “เนื้อรากู” ประเด็นคืออยากลองทานอะไรใหม่ๆ นั่นเอง ซึ่งได้ทานนั้นก็พอจะให้คำจำกัดความของ “ราวิโอลี่” ได้ว่ามันเป็นพาสตาชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นแป้งแผ่นบางประกบกันและห่อไส้ข้างใน
ส่วนเจ้า Ragu นี่กินแล้วก็เหมือนกับเนื้อวัวนี่แหละค่ะ รสชาติของราวิโอลี่เนื้อรากู จานนี้จะมีความเข้มข้นและกลมกล่อมของส่วนผสมเครื่องเทศที่เด่นๆ เลยก็มีพริกไทยเป็นหลัก ไส้ที่อยู่ข้างในราวิโอลี่นุ่มลิ้มและอร่อยดี การทานชิ้นแป้งนั้นใช้ตะเกียบไม่ลำบากเท่าไหร่ แต่การมีแค่ตะเกียบอย่างเดียวแต่อยากกินส่วนซอสด้วยนี่มันเศร้าจริงๆ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดจะขอส้อมอะไรกับเค้าเลยค่ะ ออฟก็ซัดด้วยตะเกียบนี่แหละจนเกลี้ยงจาน
พิซซ่าหน้า Carbonara และ Spicy Italian Sausage 250
ครั้งนี้มากัน 3 คนก็เลยสั่งพิซซ่าขนาด 9 นิ้วซึ่งเค้าหั่นมาให้ 8 ชิ้นด้วยกัน เป็นพิซซ่าแป้งบางกรอบ โดยออฟสั่งเป็นแบบหน้าคาโบนาร่าครึ่งถาด และเป็นสไปซี่ซอสเสสอีกครึ่งถาด
รสชาติของพิซซ่าโดยรวมทั้งโต๊ะออฟทั้งโต๊ะสามารถทานกันได้โดยไม่ต้องขอซอสอะไรเพิ่มเลยค่ะ แต่งานนี้ออฟกับไผ่ใช้มือเลยค่ะ ส่วนจิโรจก็ยังมุ่งมั่นใช้ตะเกียบกินพิซซ่าต่อไปด้วยเหตุผลที่มาถามภายหลังว่าเป็นเพราะยังไม่ได้ล้างมือ = =” แอบรู้สึกว่าตัวเองซกมกยังไงอยู่ แต่ตอนนั้นก็เช็ดมือจากกระดาษทิชชู่ไปบ้างเหมือนกันนะคะ ^ ^
ถ้าถามออฟว่าระหว่างพิซซ่าทั้งสองหน้าชอบแบบไหนมากกว่า ออฟคงต้องบอกว่าจริงๆ มันอร่อยทั้งคู่ คนชอบแฮมก็คงชอบคาโบนาร่ามากกว่า ส่วนคนชอบไส้กรอกก็คงชอบสไปซี่ซอสเสสมากกว่าอะคะ
พาสต้าพาร์มาแฮม (Pasta Parma Ham) 250
สำหรับอาหารพาสต้าจานนี้ออฟได้ลิ้มลองรสชาติของพาร์มาแฮมค่ะ เป็นแฮมที่มีรสชาติเค็มๆ หน่อย เวลาเริ่มกินตอนแรกไผ่แนะนำให้ทานทีละน้อยก่อน แบบว่าไผ่คงคิดว่าถ้าออฟกินเยอะแล้วคายทิ้งคงจะน่าเสียดายของ เอ้ย กลัวออฟกินไม่ได้อะคะ แต่พอลองกินแล้วก็พบว่าทานได้นะคะ แต่อาจจะเป็นเพราะการหมักของแฮมแบบนี้มันดูเข้มข้นไปหน่อยก็เลยคิดว่าทานได้ไม่เยอะคะ่
ด้านล่างของพาร์มาแฮมก็เป็นเส้นสปาเก็ตตี่ผัดกับเห็ด โดยรสชาติของพาสต้าพาร์มาแฮมนี่ก็คล้ายกับราวิโอลี่ ตรงนี้มีพริกไทยและเครื่องเทศเยอะค่ะ
แซนวิชมากิ 250
ปิดท้ายลดการเลี่ยนด้วยการทานอาหารญี่ปุ่นกันบ้างค่ะ ครั้งนี้ก็เลยสั่งแซนวิชมากิ เพราะเค้าแนะนำให้ลอง แต่อาหารจานหลังนี่รอนานมากๆ เลยค่ะ แล้วก็พบกับความเศร้าหน่อยๆ ที่ว่าอาหารที่มาเสริฟเย็นชือหมดแล้ว เอามือจับนี่สัมผัสได้กับความเย็นเลยทีเดียว แถมแผ่นสาหร่ายที่อยู่ตรงกลางก็เหนียวไม่กรอบแล้วด้วยค่ะ
ถ้าตัดความเย็นชืดออกไปนั้นมากิแซนวิชนี่ก็อร่อยดีค่ะ เซตนึงมี 4 ชิ้น ตรงกลางก็มีเครื่องอัดอยู่แน่นเลยทีเดียว น่าเสียดายถ้าไม่เย็นชืดคงจะดีกว่านี้
ใบเสร็จจากร้าน Salt
รวมๆ แล้วกินกันคนละ 340 บาทค่ะ ร้าน Salt นี่ไม่มีค่าบริการ และภาษีซึ่งออฟคิดว่าดีมากๆ ^ ^ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าอาหารส่วนใหญ่นั้นราคาค่อนข้างแพงอยู่แล้ว เรียกได้ว่าจานนึงนี่ 200 up เกือบหมดเลย
Gallery
ข้อมูลทั่วไปของร้าน Salt
ที่อยู่ของร้าน : ซอย อารีย์ 4, พหลโยธิน 7 จ.กรุงเทพมหานคร 10400
Popularity: 21% [?]
Related posts:
- รีวิวโดนใจ >> Izuya (อิซูย่า) : ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวใหม่ สไตล์ฟิวชั่น ที่สยามสแควร์ซอย 7
- รีวิวโดนใจ >> อาหารสไตล์เอเชี่ยนฟิวชั่นที่ร้าน Bamboo Restaurant ซอยอารีย์สัมพันธ์
- [Movie] Despicable Me, ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ, Salt และ Step Up 3D



ShareThis

6 Comments
Salt ที่ซอยอารย์ บริการแย่มาก วันนี้ไปยืินรอตั้งนานก็ไม่มีใครเข้ามาถามว่าได้จองไว้หรือป่าวหรืออะไรยัง พอเดินเข้าในร้านที่เค้าเตอร์ เด็กเสริฟบอกว่า ในนี้มึคนจองไว้ เต็มแล้ว แล้วก็ให้ออกมายืนข้างนอก ซึ่งมีแต่โต๊ะแต่ไม่ยอมจัดเก้าอี้ให้ เด็กเสริฟผู้หญิงเดินคุยกันไปคุยกันมา ปล่อยลูกค้าเยินหัวโด่ สุดท้ายทนไม่ไหวก็ต้องเปลี่ยนร้าน
เจอแบบนี้ก็แย่เหมือนกันนะคะ ตอนที่ออฟไปนั้น คนเยอะเหมือนกัน แต่ยังดีที่มีพนักงานมาจัดโต๊ะให้อะคะ
จะให้พนักงาน เดิน รับลูกค้าได้ไง พนักงานน้อย แถมเซอวิส พนักงานไม่ได้ แต่ครัว ได้ เป็น คุนเป็น เด็กเสริฟ อยากจะเดินไหม
งานบริการ จะได้เสริมหรือไม่ได้ ก็ต้องบริการครับ สวนคนไปกิน พนักงานอาจจะไม่ทันบ้าง หรือไม่ถูกใจบ้างก็บอกเค้าครับ เค้าจะได้ปรับปรุง ส่วนตัวไปร้านนี้บ่อย ให้8เต็มสิบ นั่งแล้วรู้สึกดีกว่าปลาดิบ
ธุรกิจใดๆที่เอาเปรียบสังคมคุณชอบไหม? ผมเป็นคนซอยอารีย์อยู่มาตั้งแต่ร้านนี้จังเป็นแค่ร้านเสื้อผ้าอยู่นาน จนวันหนึ่งเปลี่ยนมือมาเป็นร้านอาหาร คนบริหารหรือเจ้าของน่าจะเป็นฝรั่ง ตัวท้วมๆเพราะผมเห็นเค้าตั้งแต่ยังไม่เปิดร้าน โดยปกติในอารียซอย4 จะให้รถจอดได้สลับด้านวันคู่วันคี่ตั้งแต่ปากซอย4 แต่พอร้านนี้เปิดดำเนินการในซอยด้านซ้ายซึ่งติดกับทางร้าน ทางร้านทำการไปเอาเสาสีส้มมาตั้งและยึดกับพื้นตลอดความยาวของร้านและมีป้ายไปติดว่าห้ามจอดและล๊อคล้อ ผมต้องบอกก่อนนะครับว่าพื้นที่ตรงนั้นและเป็นทางสาธารณะรถสามารถจอดได้ไม่ผิดกฎหมายหากจอดให้ตรงวัน ผมเกิดมาจนตอนนี้อายุจะสี่สิบอยู่แล้วก็เห็นเค้าจอดมาตลอด วันดีคืนดีหากจอดไม่ถูกฝั่งก็จะมีตำรวจมาเขียนใบสั่งซึ่งก็เป็นที่เข้าใจ แต่พอร้านนี้มาเปิดกลับมาติดป้ายห้ามจอดและเอาเสาที่ว่ามาขวางไว้ ผมไม่ทราบหรอกนะครับว่าอาหารร้านนี้รสชาติจะวิเศษขนาดไหน ตกแต่งสวยงามปานใดแต่ที่ผมอยากต่อว่าคุณคือคุณเอาเปรียบสังคม เอาพื้นที่สาธารณะไปใช้ส่วนตัว ผมไม่รู้นะว่าคุณจ่ายเงินให้กับสน.บางซื่อหรือปล่าว ซึ่งผมจะไปถามกับทางสน.ด้วยตัวเองและจะร้องเรียนไปที่เขต ผมทราบนะครับว่าคนที่มาอ่านในกระทู้นี้คงมองแค่อาหารและบรรยากาศของร้านเป็นหลัก คงไม่พิจารณาถึงคุณธรรมหรือการรักษากฎหมาย คุณจะทำธุรกิจอะไรมันเรื่องของคุณแต่อย่าเอาเปรียบสังคมและเอาเปรียบคนอื่นสิครับ มันน่ารังเกียจมาก
โห วันนี้เพิ่งไปกินมาสดๆร้อนๆ พนักงานบริการแย่จริงๆ หลงเข้าไปเห็นว่าร้านสวย
สั่งค็อกเทลเป็นbucketก็รอนานมากไม่ได้สักที บอกว่าเหยือกหมด แล้วให้มาเป็นถังแทน แก้วก็ไม่มีให้
เวลาจะสั่งก็ต้องเดินไปสั่ง พนักงานก็เหวี่ยง ไม่ค่อยสนใจ
แล้วใบเสร็จก็ไม่ได้ให้มาสวยหรูแบบนี้ ดีอย่างเดียวอาหารอร่อย แต่ในราคาแบบนี้ก็ถือว่าไม่คุ้มอะ ให้น้อย
อยากจะเดินไปถามเจ้าของร้านจริงๆว่าเค้าอยู่ไหน ทำไมไม่เทรนพนักงานดีๆ ภาพลักษณ์แบบนี้ไม่มีคนบอกต่อให้ไปกินหรอก
One Trackback
[...] This post was mentioned on Twitter by nongoffna, CPSK Network. CPSK Network said: [@nongoffna's blog] Salt : ร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่น ระหว่างอิตาเลี่ยนและญี่ปุ่น ที่ซอยอารีย์ 4 http://tinyurl.com/46slcnq [...]